ลักษณะงานของนักสืบ และเรื่องที่ผู้จ้างควรรู้ก่อนจ้างนักสืบ

ลักษณะงานของนักสืบ

ลักษณะงานของนักสืบ และเรื่องที่ผู้จ้างควรรู้ก่อนจ้างนักสืบ

ลักษณะงานของนักสืบ

ลักษณะงานของนักสืบ

งานนักสืบก็เหมือนกับงานอื่นทั่วไป มันแยกย่อยไปอีกหลายงานตามหัวข้องาน แต่ละงานบอกเลยว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด งานนักสืบถือว่ามีความเสี่ยงในอาชีพไม่น้อยเลย นักสืบบางคนอาจจะมีความสามารถเฉพาะทางในการสืบ รวมถึงคอนเนกชั่นของเขาด้วย แต่บางคนก็สามารถสืบได้หลายฟิลด์ หลายหัวข้อตามสั่ง หัวข้องานของนักสืบในไทยเขาต้องทำงานอะไรกัน

สืบพฤติกรรมคนในครอบครัว
หัวข้อมาแรงสุด สร้างงานได้มากสุด และรายได้มากสุดของนักสืบเอกชนในไทยก็คือ หัวข้อการสืบพฤติกรรมของคนในครอบครัว โดยเฉพาะคู่สามีภรรยา ที่ต้องการจะสืบว่าอีกฝ่ายมีชู้ มีกิ๊ก ซ่อนอยู่หรือไม่ เรื่องนี้นอกจากอารมณ์ ความรัก ความหึงหวง มันยังเกี่ยวพันกับการฟ้องร้อง ฟ้องหย่ากับอีกฝ่ายด้วย หากใครมีหลักฐานมัดอีกฝ่ายว่ามีการคบซ้อน คบชู้ก็จะสามารถเรียกร้องข้อต่อรองได้มากกว่าในศาล ไม่ว่าจะเป็นค่าเลี้ยงดู ค่าทนาย สิทธิ์ในการดูแลบุตร ฯลฯ นั่นทำให้งานสืบหัวข้อนี้มีเยอะมาก ทำกันไม่หวาดไม่ไหว

สืบความลับทางธุรกิจ
การทำธุรกิจใครมองว่าจะมีแต่สีขาวอย่างเดียว แสดงว่ามองโลกสวย เกินไปสักหน่อย โลกของธุรกิจนั้นต้องใช้วลีว่า “การศึกไม่หน่ายกลยุทธ์” จึงไม่แปลก ที่จะมีการจ้างนักสืบ มาเพื่อค้นหาความลับ ทางธุรกิจ ของฝ่ายตรงข้าม หรือบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องของการสืบ ที่ไปที่มาของคู่ค้าว่าไว้ใจ ได้มากน้อยแค่ไหน ( แม้จะฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่เชื่อเหอะว่ามีจริง ) เพื่อป้องกันความเสียหาย ที่อาจจะโดนหลอกได้

ตามหาคนหาย
คนหาย เป็นอาชญากรรมรูปแบบหนึ่ง ที่เกิดขึ้น ได้บ่อยมาก ในสังคมไทยเรา ยิ่งกรณีของเด็กยิ่งเยอะมาก ทั้งการล่อลวงไป เพื่อนำไปขายอวัยวะ หรือนำไปค้าประเวณี ค้ามนุษย์ การจะไปตามหา เองดูจะยิ่งมืดมนเกินไป หวังพึ่งทางการ ก็อาจจะยากหน่อยตำรวจท่านก็มีงานล้นมือ การใช้บริการนักสืบ ที่เขามีเครือข่าย มากกว่าอาจจะตามหาได้ในเร็ววัน ยิ่งหายแล้วแจ้งเร็วก็มีโอกาสมากขึ้น

ติดตามลูกหนี้
การไม่มีหนี้เป็นเรื่องอันประเสริฐ อันนี้จริงทีเดียว แม้เราจะมีลูกหนี้ แต่การตามหนี้นั้นไม่ง่ายเลย บางคนหนีหนี้ ไปจนตามหาไม่เจอ ครั้นจะไปตามบ้านญาติเขาก็คงนกรู้บินหนีไปอีก หากมูลหนี้เยอะมาก การติดตามหนี้ ด้วยการฝากให้นักสื บตามหาให้จะดีกว่า เขามีวิธี การตามหาลูกหนี้ ที่เราคาดไม่ถึงรับรองว่าถ้าลูกหนี้ ไม่หนีไปออกนอกประเทศ บอกเลยว่าเขาหาเจอแน่นอน นี่แหละหัวข้องานของนักสืบเอกชนไทยยุคนี้

การทำงานของนักสืบ
งานของนักสืบ ถ้าจะขอแบ่งประเภทของงานให้ทางลุกค้าเข้าใจง่ายๆ ก็แบ่งได้ 2 ประเภท คืองานสืบด้านข้อมูล และงานภาคสนาม งานสืบข้อมูลก็คือ งานสืบค้นหาข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ต้องการให้สืบ เช่น ข้อมูลประวัติส่วนตัว , ครอบครัว , ทรัพย์สิน , สถานะทางการเงิน หรือข้อมูลทางเชิงลึกนอกเหนือจากที่กล่าวมา ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับทางลูกค้าว่า ต้องการอยากทราบอะไรบ้าง ส่วนงานภาคสนาม ก็คือ งานที่ต้องลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเป็นหลักฐานเพื่อส่งมอบให้กับทางลูกค้า เช่นภาพถ่าย หรือ คลิปวีดีโอ ของบุคคลที่ต้องการให้สืบ งานภาคสนามถ้าจะเรียกอีกอย่างว่า

“งานสืบพฤติกรรม” ก็คงให้ความหมายไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะว่า งานภาคสนามก็คือ งานที่ต้องเฝ้าติดตามดูเป้าหมายตลอดเวลาว่า ในแต่ละวันเค้าไปทำอะไร , ไปที่ไหน ,ติดต่อกับใคร ฯลฯ ตรงนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับงานว่าทางลุกค้าต้องการให้ติดตามเป้าหมายเพื่ออยากทราบอะไร ถ้าจัดอันดับจากประสบการณ์ที่ทางลูกค้าติดต่อเข้ามาเพื่อต้องการให้ทำงานให้ อันดับแรกก็เรื่องชู้สาว ของสามีภรรยาหรือคนในครอบครัว รองลงมาก็เป็นเรื่อง สืบงานด้านธุรกิจ เช่น หาแหล่งผลิตที่มาของสินค้าว่าผลิตหรือรับสินค้ามาจากที่ไหนหรือถูกส่งไปที่ไหน

หรือเป็นงานสืบหาหลักฐาน การทุจริต ของผู้ร่วมลงทุนทางธุรกิจ ที่ลงทุนร่วมกัน รวมทั้งการสืบหาหลักฐาน ของคนในองค์กรที่เข้าข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับการยักยอกทรัพย์หรือลักทรัพย์ นอกเหนือจากนี้ก็เป็นงานสืบ ทั่วไป สืบหาคนหาย , รถหาย , สืบพฤติกรรมบุตรหลานหรือคนใกล้ชิด ฯลฯ งานสืบด้านข้อมูลและงานสืบพฤติกรรม ในบางครั้งก็ต้องทำงานควบคู่กัน ขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลเบื้องต้นของเป้าหมายที่ทางลูกค้าแจ้งให้เราทราบมีมากน้อยเพียงใด เพราะว่ายิ่งมีข้อมูลของตัวเป้าหมายมากเท่าไหร่การทำงานก็จะง่ายขึ้นโอกาสหรือความสำเร็จของงานก็จะมีมากขึ้นเช่นกัน

เพราะในการทำงานของนักสืบก่อนที่จะลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานเราจำเป็นจะต้องมีข้อมูลของบุคคลที่ต้องการให้สืบให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ก็เพื่อที่จะได้สะดวกในการทำงานอย่างน้อยก็เพื่อให้ทางลูกค้าได้มั่นใจว่า ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กับทางเรานั้น ผลที่ได้รับมันคุ้มค่ากับเงินที่ทางท่านมอบความไว้วางใจให้ทางเราปฏิบัติงานให้กับท่าน

เรื่องที่ควรทราบก่อนจ้างนักสืบ

งานของนักสืบ

จะ ว่าไปแล้ว อาชีพนักสืบถือว่าเป็นอาชีพที่เก่าแก่ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณไม่ว่านักสืบในยุคสมัยใด ก็ล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน
คือสืบเรื่องราวที่เป็นความลับทั้งหลายงานของนักสืบคือการทำให้ความลับเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดนักสืบต้องเข้าถึงที่สุดของความลับ งานจึงจะบรรลุเป้าหมาย
นักสืบเปรียบเสมือน เป็นผู้ถักทอความจริงให้ปรากฎ นักสืบคือผู้ตามล่า หาความจริง
นักสืบเหมือนผู้นำจิ๊กซอว์แห่งความจริงมาเชื่อมต่อกันจนปรากฎเป็นรูปร่างที่ สมบูรณ์
นักสืบคือผู้พิชิตความลับ นักสืบ คือผู้ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความลับ และความจริง
วิถีชีวิตของนักสืบเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน

ทำไมต้องมีนักสืบ

นับ แต่โบราณกาลมา นักสืบเกิดขึ้นมาจากบุคคล 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือผู้ปกปิดข้อมูลอีกฝ่ายหนึ่งคือผู้ต้องการเปิดเผยข้อมูล เมื่อจุดมุ่งหมายสวนทางกันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบเสาะแสวงหา เมื่อมีการเสาะหาจึงเป็นที่มาของนักสืบ ที่ต้องสืบหาความจริงเอามาเปิดเผยระหว่างทั้งสองฝ่ายคือผู้รักษาความลับและผู้ต้องการเปิดเผยความลับหากมีความจริงใจต่อกัน ไม่มีความลับซึ่งกันและกัน ตั้งอยู่ในศีลในธรรมโลกนี้คงไม่มีนักสืบ แต่ในเมื่อมนุษย์ยังมีความลับต่อกันมนุษย์ไม่ตั้งมั่นในศีลธรรม มีการกระทำอันต้องปกปิดเป็นความลับโลกจึงยังคงต้องการนักสืบ นักสืบจึงอยู่คู่โลกมาตั้งแต่ในอดีต จนกระทั่งปัจจุบันอาจบางที นักสืบจะยังคงอยู่คู่โลกไปตราบนิจนิรันดร์

นักสืบต้องรู้จักดูแลรักษาสุขภาพ

นักสืบไม่ใช่สาว offfice ทั่วไป เข้างาน 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น แต่งานของนักสืบต้องทำกันตลอดเวลา ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา อาจบางทีแม้กระทั่งเวลานอน ยังฝันว่า ตามสืบหาเป้าหมายอยู่ก็มี นักสืบมักจะต้องตรากตรำทำงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการสืบ ดังนั้น สุขภาพของนักสืบจึงมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อยู่สม่ำเสมอ นักสืบควรหาเวลาดูแลสุขภาพของตนเอง ในแต่ละวัน อาจจะหาเวลาออกกำลังกาย
สร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายบ้าง เช่นตอนตื่นนอนเป็นต้น หากนักสืบใดไม่ดูแลสุขภาพ ปล่อยให้ร่างกายเสื่อมถอยไปกับการเวลา มีการเจ็บไข้ไม่สบายบ่อยๆ
ย่อมเป็นอุปสรรคในหน้าที่การงาน เพราะงานของนักสืบ ถือว่าเป็นงานที่ต้องอาศัยร่างกายที่แข็งแรง มีความตื่นตัวตลอดเวลา จึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นักสืบต้องหมั่นศึกษาหาความรู้

นักสืบควรที่จะรู้จักเรียนรู้เทคนิค วิธีการสืบจากผู้มาก่อน หรือนักสืบรุ่นพี่ๆ เพื่อที่จะไม่เสียเวลาในการ ลองผิดลองถูกในการเป็นนักสืบ มีเรื่องมากมายหลายอย่างที่สามารถลองผิดลองถูกได้ แต่การเป็นนักสืบ
ขอแนะนำอย่างยิ่งว่าไม่ควรลองผิด ควรจะลองถูกเพียงอย่างเดียว เพราะว่าความผิดพลาด เพียงเล็ก ๆ น้อยของนักสืบ หมายถึงเรื่องราวและปัญหาอีกมากมายที่จะตามมา อาจทำให้นักสืบต้องมาเสียเวลาแก้ปัญหาจนไม่สามารถบรรลุผล ของการสืบได้ ดังนั้น นักสืบควรหาเวลาและโอกาสในการเข้าทำการศึกษาหาความรู้จากผู้มีประสบการณ์ หรืออาจหาเวลามาแชร์ประสบการณ์ในหมู่เพื่อนนักสืบด้วยกัน

นักสืบต้องหมั่นตรวจตราอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ

คง ไม่มีนักสืบใด สืบทุกเรื่องราวโดยไม่มีอุปกรณ์ ช่วยเลยนักสืบ ไม่ใช่พ่อมดที่จะสืบเรื่องราว จากการเพ่งลูกแก้วแต่นักสืบ ต้องสืบจากการเข้าหาเป้าหมายจริง ๆ นักสืบจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็นบ้าง
แต่คงไม่ถึงกับมีมากจนกลายเป็นสิ่งเกินความจำเป็นนักสืบมิใช่นักรบที่ต้องติดอาวุธหรือเครื่องรบเต็มตัวไปหมดจะมีแต่ก็คงอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ใช้อำนวยความสะดวกในการสืบ
เช่น กล้องตัวเล็ก ๆ เครื่องดักฟัง เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนักสืบก็ไม่ควรเอาแต่ใช้อย่างเดียวควรหมั่นตรวจตราอยู่เสมอ ว่าอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ อยู่ในสภาพ พร้อมใช้งานตลอดเวลาหรือไม่นักสืบจะได้ไม่เสียโอกาสในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายนักสืบควรฝึกหัดใช้เครื่องมือเหล่านั้นให้คล่องแคล่วชำนาญ ใช้ด้วยความระมัดระวังไม่ให้พังไปก่อนเวลาอันควร เมื่อนักสืบจะใช้อุปกรณ์เหล่านี้ควรตั้งสติให้ดีให้มีความละเอียดสักนิดหนึ่ง อุปกรณ์บางอย่างใส่กลับหัวกลับหางกันได้ง่าย แต่ผลลัพธ์ออกมาแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวทีเดียว

นักสืบมูลค่าเพิ่ม

นักสืบเป็นมนุษย์แปลกประหลาดถึงกับแปลกประหลาดอย่างยิ่ง งานของนักสืบ มักจะเป็นงาน ที่มีเกี่ยวข้อง กับความลึกลับซับซ้อนอยู่เสมอ ๆ นักสืบจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้กำความลับของสวรรค์ความลับบางอย่างตีค่าเป็นเงินเป็นทองไม่ได้เลยไม่ได้หมายความว่าความลับนั้นไม่มีค่าแต่มีค่ามากเกินกว่าจะนำมาตีค่าเป็นเงินเป็นทองตัวของนักสืบจึงมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลาและประสบการณ์ยิ่งนักสืบใดล่วงรู้ความลับที่สำคัญๆ นักสืบนั้นยิ่งเป็นที่ต้องการของผู้ว่าจ้างและมีราคาค่าจ้างสูงตามไปด้วย ดารานักแสดงหรือนักกีฬาระดับ superstarได้รับค่าตัวแพง ๆ ก็เฉพาะเวลาที่ยังหนุ่มแน่น เป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เท่านั้นพอแก่ตัวลงไปสังขารร่วงโรย ค่าจ้างก็จะลดลงไปตามสภาพ แต่นักสืบอาจไม่เป็นเช่นนั้นยิ่งแก่ยิ่งเก่ง ยิ่งเก๋ายิ่งมีประสบการณ์ ยิ่งรู้อะไรมาก ราคาค่าตัวกลับสวนทางกับsuper star ก็มีเหมือนกัน เหมือนเพชรเหมือนพลอยยิ่งแก่ยิ่งมีราคานี่คือความแปลกประหลาดอย่างหนึ่งของนักสืบ

นักสืบควรเริ่มต้นในสิ่งที่ง่าย

นักสืบเมื่อรับงานจากผู้ว่าจ้างแล้วควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด และเริ่มต้นสืบจากง่ายไปยาก เนื่องจากบ่อยครั้ง สิ่งที่ควานหาอย่างลำบากยากเย็นใช้เวลาและความพยายามไปมากมายแต่สุดท้ายกลายเป็นเส้นผมบังภูเขา คำตอบอยู่เบื้องหน้าแท้ๆ นักสืบกลับหลงทางวกเวียนวน ไปทางอื่นกลายเป็นเอาภูเขามาบังเส้นผมเสียนี่ นักสืบไม่ควรเริ่มต้นสืบด้วยความยาก สิ่งใดที่คิดว่าจะใช่ และง่ายต่อการบรรลุผลแห่งการสืบ ควรเริ่มต้นที่สิ่งนั้นทันที

เมื่อไม่ได้แล้วค่อยสืบเสาะในกรณีที่ยากขึ้นไปเรื่อยๆ แบบนี้นักสืบจะไม่เสียเวลาและไม่สบสน ในลำดับของการทำงานจะทำให้นักสืบเข้าหาเป้าหมายได้ง่าย เหนื่อยน้อยลง และ สิ้นสุดภารกิจอย่างรวดเร็วนักสืบจะเกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจในการทำงานชิ้นถัดๆไป

จ้าง นักสืบ ที่ไหนดี