ขนมครก ใส่ไส้ได้ไม่ยั้งเลย พร้อมสูตรและวิธีทำ ลองเลย

ขนมครก ใส่ไส้ได้ไม่ยั้งเลย พร้อมสูตรและวิธีทำ ลองเลย

สูตร ขนมครก โดย แม่บ้านต่างแดน usa 🇺🇸 - Cookpad

ขนมไทย มีประวัติความเป็นมายาวนาน หลักฐานเก่าแก่ที่สุดระหว่างขนมไทยกับคนไทยคือวรรณคดีมรดกสุโขทัยเรื่อง “ไตรภูมิพระร่วง” (พ.ศ. 2431) ที่กล่าวถึง ขนมต้มไว้ว่า “กาลวันหนึ่งพระองค์จึงให้หาเข้าหนมต้มได้ 16,000 ลูก พระองค์จึงถอดแหวนพระธำมรงค์วงหนึ่งออกจากพระกรแห่งพระองค์ พระองค์จึงใส่เข้าในเข้าหนมนั้น” เป็นสิ่งบอกเล่าได้ดีว่าขนมไทยมีมาแต่โบราณ

ขนมไทยเริ่มแพร่หลายมากขึ้นในสมัยอยุธยา ดังปรากฏข้อความในจดหมายเหตุหลายฉบับ บางฉบับกล่าวถึง “ย่านป่าขนม” หรือตลาดขนม คือบริเวณหน้าวัดมหาธาตุ ซึ่งชาวบ้านในย่านนี้จะทำขนมขายหน้าร้าน มีขนมโบราณชื่อแปลกๆ ให้ได้เห็นกัน อาทิ ขนมชะมด ขนมเกวียน สามเกลอ หรือหินฝนทอง บางฉบับกล่าวถึง “บ้านหม้อ” ที่มีการปั้นหม้อ กระทะขนมเบื้อง เตาและรังขนมครก

ขนมไทย มีบทบาทมากที่สุดในช่วงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชาวโปรตุเกส อย่างท่านผู้หญิงวิชาเยนทร์หรือบรรดาศักดิ์ว่า “ท้าวทองกีบม้า” ผู้เป็นต้นเครื่องขนมหรือของหวานในวัง ได้สอนให้สาวชาววังทำ
ของหวานต่างๆ โดยเฉพาะได้นำไข่ขาวและไข่แดงมาเป็นส่วนผสมสำคัญอย่างที่ทางโปรตุเกสทำกัน ได้แก่ ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกง และรวมไปถึง ขนมทองโปร่ง ขนมทองพลุ ขนมสำปันนี ขนมไข่เต่า ฯลฯ

ตำราอาหารถูกตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเริ่มในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “แม่ครัวหัวป่าก์” เป็นตำราอาหารไทยเล่มแรก ประพันธ์โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ในตำราอาหารไทยเล่มนี้ปรากฏรายการสำรับของหวานเลี้ยงพระอันประกอบด้วย ขนมทองหยิบ ขนมฝอยทอง ขนมหม้อแกง ขนมหันตรา ขนมถ้วยฟู ข้าวเหนียวแก้ว ขนมลืมกลืน วุ้นผลมะปราง ฯลฯ แสดงให้เห็นว่าคนไทยนิยมทำขนมใช้ในงานบุญเป็นแบบแผนต่อเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา

ส่วนผสม แป้งขนมครก
แป้งข้าวเจ้า 1+1/4 ถ้วย
ข้าวสุก 1/3 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย
เกลือสมุทร 1 ช้อนชา
น้ำปูนใส 1/4 ถ้วย
หัวกะทิ 1 ถ้วย
หางกะทิ 1/2 ถ้วย
ส่วนผสม หน้ากะทิ
หัวกะทิ 3/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย
เกลือสมุทร 1/4 ช้อนชา
แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม หน้าขนมครก
ต้นหอมซอย
เผือกหั่นเต๋าเล็ก ๆ
เม็ดข้าวโพด
น้ำมันพืช (สำหรับทาหลุมขนมครก)

วิธีทำขนมครก
1. ทำแป้งขนมครก โดยนำแป้งข้าวเจ้า ข้าวสุก น้ำตาลทราย เกลือสมุทร น้ำปูนใส หัวกะทิ และหางกะทิไปปั่นด้วยเครื่องปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียว เทใส่ภาชนะแล้ววางพักทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที

2. ทำหน้ากะทิ โดยผสมหัวกะทิ น้ำตาลทราย และเกลือสมุทรเข้าด้วยกัน คนผสมจนน้ำตาลทรายละลาย ค่อย ๆ ใส่แป้งข้าวเจ้าลงไป คนผสมให้ละลายเข้ากันดี เตรียมไว้

3. นำเบ้าขนมครกขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟกลางพอร้อน ทาน้ำมันให้ทั่วหลุมแล้วตักแป้งหยอดลงไปลงไปประมาณ 3/4 ของหลุม พอแป้งเริ่มเซตตัว ตักส่วนผสมหน้ากะทิหยอดทับลงไปให้เต็ม ปิดฝารอให้แป้งเริ่มสุก

4. เปิดฝาโรยหน้าด้วยเผือก ข้าวโพด และต้นหอมซอย พอขนมสุกใช้ช้อนแคะขนมออกจากเบ้า จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ (ในสูตรได้นำเบ้าขนมครกไปบ่มน้ำมันล่วงหน้า 2 วันแล้ว แต่ขนมก็ยังติดเบ้า แคะยากมาก)

ufabet24